วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560

สรุปที่เรียนวันที่19ม.ค60

องค์การและการบริหารจัดการ


องค์การเป็นหัวใจสำคัญของการบริหาร

องค์ประกอบสำคัญขององค์การ
Richard Hall ได้สรุปองค์ประกอบขององค์การ ไว้ 6 ประการ
-องค์การประกอบด้วยความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างคน
-องค์การประกอบไปด้วยพรมแดนที่แยกสมาชิกองค์การออกจากคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การ
-องค์การประกอบด้วยระเบียบกฏเกณฑ์ซึ่งมีสมาชิกองค์การกลุ่มหนึ่งทำหน้าที่ดูแลให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฏเกณฑ์นั้นๆ
-องค์การมีการจัดระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกมีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าใครมีอำนาจเหนือใคร หรือลำดับชั้นของอำนาจ
-ความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์การมีลักษณะเป็นแบบสมาคมมากกว่าแบบชุมชนการทำงานของ
-องค์การดำเนินการไปแบบต่อเนื่องและมีจุดมุ่งหมาย

ประเภทขององค์การ
โดยทั่วไปแล้ว องค์การมี อยู่ 3 ประเภท
1.องค์การภาครัฐ หรือเรียกว่าองค์การสาธารณะ ได้แก่ หน่วยงานราชการต่างๆองค์การอิสระรวมถึงองค์การมหาชนมีจุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือสาธารณะ
2.องค์การธุรกิจ ได้แก่ บริษัท ห้างร้าน โรงงานอุตสาหกรรม มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสวงหากำไรเพื่อประโยชน์ขององค์การ
3.องค์การสาธารณะประโยชน์ ได้แก่ องค์การที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านสาธารณะประโยชน์ด้านใดด้านหนึ่ง เช่น มูลนิธิ  องค์กรการกุศล หรือ กลุ่มเอ็นจีโอ ต่างๆ


ความหมายของการบริหารจัดการ  (Management or Administration)
• สมยศ นาวีการ :  “การบริหาร”  คือ  กระบวนการทำงานให้สำเร็จโดยใช้บุคคลอื่น รวมถึง อาจหมายถึง กระบวนการของการวางแผน การจัดองค์การ การสั้งการ การควบคุมทรัพยากร
•ธงชัย สันติวงษ์  :   การบริหาร   คือ งานของหัวหน้าหรือผู้นำที่ต้องกระทำเพื่อให้คนหมู่มากมาอยู่รวมกันและทำงานร่วมกันเพื่อวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้จนสำเร็จผลอย่างมีประสิทธิภาพ

•พะยอม วงศ์สารศรี  : การบริหาร คือกระบวนการที่ผู้จัดการใช้กลยุทธ์ต่างๆ ดำเนินกิจกรรมตามขั้นตอนต่างๆ โดยอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของสมาชิกภายในองค์การและคำนึงถึงความสามารถ ความถนัด ความก้าวหน้าของสมาชิกด้วย
•ศิริวรรณ  เสรีรัตน์ และคณะ : ได้อธิบายความแตกต่างของการใช้    การบริหารและการจัดการดังนี้      
  “การบริหาร”   เน้นที่การกำหนดนโยบายที่สำคัญและการกำหนดแผนใช้ในการบริหารรัฐกิจ หรือใช้ในหน่วยราชการ ส่วนใหญ่จะใช้ในการบริหารระดับสูง เป็นคำที่นิยมใช้ในการบริหารรัฐกิจ หรือใช้ในส่วนราชการ

  “การจัดการ”     จะเน้นการปฏิบัติการให้เป็นไปตามนโยบาย ซึ่งนิยมใช้ในการจัดการงานที่รับผิดชอบหรือธุรกิจ
 
 สรุปลักษณะที่สำคัญของการบริหารดังนี้
•การบริหารย่อมมีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์
•การบริหารต้องใช้ปัจจัยต่างๆ เช่น คน งบประมาณ วัสดุสิ่งของ และวิธีการปฏิบัติงาน
•การบริหารมีลักษณะการดำเนินงานเป็นกระบวนการ (Process) คำว่ากระบวนการในที่นี้หมายถึงแนวทางของการกระทำสิ่งต่างๆ อย่างมีระบบ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ และมีความเกี่ยวพันระหว่างกันเพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย

ความสัมพันธ์ระหว่างองค์การกับการบริหารจัดการ
•ลักษณะขององค์การ คือ
–การมีคนจำนวนหนึ่งที่สามารถสื่อสารข้อความซึ่งกันและกัน
–เป็นผู้ที่มีความเต็มใจในการช่วยก่อให้เกิดการกระทำร่วมกัน
–มุ่งให้เกิดความสำเร็จถึงวัตถุประสงค์ร่วมกันที่มีการกำหนดขึ้น

•กิจกรรมพื้นฐานขององค์การ
–การติดต่อสื่อสาร
–การสร้างการบริการที่ดี
–การกำหนดวัตถุประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายองค์การ

•หน้าที่ผู้บริหารเกี่ยวข้องกับองค์การ
–จัดให้เกิดระบบการติดต่อสื่อสารของฝ่ายต่างๆในองค์การให้มีประสิทธิภาพ
–สนับสนุนให้เกิดความพยายามร่วมกันของฝ่ายต่างๆเพื่อให้บริการที่ดีต่อลูกค้า
– สร้างระบบกระบวนการ การกำหนดวัตถุประสงค์ที่มีประสิทธิภาพ

บทบาทและหน้าที่ของการบริหารจัดการ
Luther Gulick (ลูเธอร์ กูลิค)  เสนอ POSDCoRB ดังนี้
1. Planning - การวางแผน   หมายถึง การกำหนดเป้าหมายขององค์การว่า ควรทำงานเพื่อ  วัตถุประสงค์ใด จะดำเนินการอย่างไร

2.Organizing – การจัดองค์การ หมายถึง การกำหนดโครงสร้างที่เป็นอำนาจหน้าที่ขององค์การ

3.Staffing –      การจัดการงานบุคคล เริ่มตั้งแต่ การสรรหา การรักษา การให้ออก

4. Directing – การสั่งการ   หมายถึง การที่ผู้บริหารต้องตัดสินใจต่างๆ เช่น คำสั่งหรือคำแนะนำ ซึ่ง  ต้องอาศัยภาวะความเป็นผู้นำเพื่อการทำงานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย  ที่กำหนด

5.Coordinating – การประสานงาน หมายถึง ผู้บริหารทำหน้าที่ในการประสานงานหน่วยงานต่างๆ ภายใน     องค์การ ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน หรือเป็นเรื่องระหว่าง    หน่วยงานหลักและหน่วยงานสนับสนุน

6.Reporting – การรายงาน      หมายถึง กระบวนการและเทคนิคของการแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบถึง    ความก้าวหน้าของงานที่ได้รับมอบหมาย

7.Budgeting – การงบประมาณ   หมายถึงภารกิจเกี่ยวกับการวางแผน การทำบัญชี การควบคุมเกี่ยวกับ  การเงินและการคลัง เป็นกระบวนการหนึ่งในการติดตามควบคุม  ประเมินผลการปฏิบัติงานโดยใช้แผนการเงิน

มิติ 4 ด้านของการบริหารจัดการ
กิจกรรมสำคัญสำหรับการบริหาร ประกอบไปด้วย   4    มิติ
  1. มิติด้านการออกแบบองค์การ
  2. มิติด้านการวางแผนและการควบคุม
  3. มิติด้านกระบวนการด้านพฤติกรรม
  4. มิติด้านการตัดสินใจ

มิติที่ 1 การออกแบบองค์การ
•กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบองค์การ มีดังนี้

– จัดระบบสายงานความรับผิดชอบ
– จัดสรรอำนาจหน้าที่ ในองค์การ
– วางระบบการติดต่อสื่อสารภายในองค์การ

ข้อสำคัญ
–  องค์การจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากน้องเพียงไร ขึ้นอยู่กับการออกแบบองค์การ
–  การออกแบบองค์การที่ดี จะทำให้กิจกรรมต่างๆ ขององค์การดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  เช่น การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งต่างๆ ,  การสร้าง ระบบการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานย่อย ,การพัฒนากระบวนการในการรับเรื่องราวร้องทุกข์

มิติที่ 2 การวางแผนและการควบคุม
การวางแผน ประกอบด้วย 2  กิจกรรมหลัก ได้แก่
  1. การกำหนดวัตถุประสงค์ขององค์การ
  2. การหาวิธีการต่างๆ มาใช้เพื่อให้องค์การบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
ประเภทของแผนที่ใช้ในการบริหาร  ได้แก่
 
แผนกลยุทธ์ Stratigic Plan  คือ แผน ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนด
วัตถุประสงค์ทั่วไปในระยะยาวขององค์การซึ่งจะต้องมีการทบทวนเป็นระยะเพื่อให้สอดคล้อง
กับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
 
 แผนยุทธวิธี  Tactical Plan  คือ แผนที่มุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายเฉพาะด้าน เป็นแผนที่
เฉพาะเจาะจง มีระยะสั้น แต่จะสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ระยะยาว  ถุกออกแบบมาเพื่อช่วย
ให้สามารถผลักดันการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ  ซึ่งอาจจะต้องใช้หลายแผนยุทธวิธี
ก็ได้

มิติที่ 3 กระบวนการด้านพฤติกรรม
•กระบวนการด้านพฤติกรรม
  –เป็นกิจกรรมทางการบริหารที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ภายในองค์การ ระหว่างฝ่ายคนงานและฝ่าย        บริหาร และระหว่างฝ่ายบริหารด้วยกันเอง
  – ความสัมพันธ์ในองค์การมีผลต่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์การ
  –สิ่งสำคัญในกระบวนการด้านพฤติกรรมได้แก่ ลักษณะผู้นำในองค์การ ซึ่งจะต้องคอยกำกับ ประสานงานและการจูงใจให้คนทำงานให้กับองค์การ
  –กระบวนการด้านพฤติกรรมจะมีผลสำเร็จยิ่งขึ้น หากมีการติดต่อสื่อสาร ภายในระหว่างกลุ่มต่างๆ มีประสิทธิภาพ

มิติที่ 4 การตัดสินใจ
      •การตัดสินใจ Decistion making
           –การตัดสินใจเป็นหน้าที่หลักของผู้บริหาร
          –กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ได้แก่
      •การรับรู้ถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
      •สามารถระบุถึงเหตุที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง
      •หาทางเลือกที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหา
      •ตัดสินใจเลือกทางเลือก
      •ปฏิบัติตามทางเลือกนั้น

–การตัดสินใจเป็นสิ่งสำคัญ หากผู้ตัดสินใจ ตัดสินผิดพลาด ส่งจะผลเสียต่อการบริหารและการทำงานในองค์การได้
–หากตัดสินใจถูก จะทำให้การทำงานเดินไปได้สะดวก  มีประสิทธิภาพ พนักงานมีขวัญกำลังใจ องค์การจะประสบผลสำเร็จ


การติดต่อสื่อสารภายในองค์การ
ความสำคัญของการติดต่อสื่อสาร

•การติดต่อสื่อสาร : เปรียบเสมือนระบบต่างๆของประสาทมนุษย์ที่เป็นตัวเชื่อมการ
สั่งการจากสมองไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย

•การติดต่อสื่อสารในองค์การ จะช่วยให้สมาชิกขององค์การคิดร่วมกัน บรรลุข้อ
ตกลงร่วมกัน และทำสิ่งต่างๆร่วมกัน

•นักบริหารที่มีความสามารถสูง หากขาดการต ดต่อสื่อสารกับคนรอบข้าง คงไม่มีใคร
รับรู้คความสามารถของผู้บริหาร


ภาพรวมการติดต่อสื่อสารระดับบน-สู่-ระดับล่าง Downward Communication

- การใช้อำนาจหน้าที่ สั่งการ หรือควบคุม

- อาศัยช่องทางการติดต่อสื่อสารตามแผนภูมิขององค์การ

- มีการใช้สื่อ เช่น ป้ายประกาศบอร์ด  คู่มือ การประเมินผล การประกาศนโยบาย
สุนทรพจน์ จดหมายเวียน  การประชุม

- รูปแบบการสื่อสาร  การเขียนแบบลายลักษณ์อักษรและแบบคำพูดซึ่งมีทั้งข้อดีและ
ข้อเสีย

การสื่อสารแบบแนวนอน

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiuHpCdRpev5_NpVa9nGYptvDMtlZ8CQRT8kby0QLkcRCjHmQ7ivDr9z46RqXLkmQ2pwK48tS_9LEIHApek39UzQeZBs0nSFlLjrb_jX9YdowUzqtkwAiaw-ioXIbnn24UnE8B7lw8Om48/s400/


การติดต่อสื่อสารแบบแนวนอนหรือแนวราบHorizontal Communication
 •การติดต่อสื่อสารในระดับเดียวกัน  เช่น การติดต่อจากผู้ปฏิบัติคนหนึ่งไปยังผู้ปฏิบัติอีกคนหนึ่ง  หรือจากผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งไปยังผู้บังคับบัญชาอีกคนหนึ่ง
 
•ลักษณะเป็นการประสานงาน การสอบถาม และการปรึกษา ในรูปแบบการประชุมและการ
ส่งรายงานเวียน
 
•จำนวนสมาชิกในแนวราบอาจมีจำนวนมากจนการแพร่ข่าวสารไม่ทั่วถึง


จุดมุ่งหมายการติดต่อสื่อสารแบบแนวนอน Horizontal Communication
1.การประสานการมอบหมายงาน เช่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ต้องประสานงานกับฝ่ายวางแผนสื่อ การตลาด ฝ่ายขายในการโปรโมทสินค้า
2.การให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนงานและกิจกรรมรับรู้ข้อมูลและแสดงความคิดงในแผนงานร่วมกัน
3.การแก้ปัญหา  ระดมสมองแก้ปัญหาเมื่อต้องทำงานร่วมกัน
4.การสร้างความเข้าใจ   สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยใช้เหตและผล

กระบวนการตัดสินใจในองค์การ
การตัดสินใจ (Decision making)

•แกรี เดสเลอร์ : ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า

“การตัดสินใจ” คือ กระบวนการในการพัฒนาและวิเคราะห์ทางเลือกต่างๆ และทำการ
เลือกทางเลือกหนึ่ง

ค่านิยมที่ใช้ในการตัดสินใจ

• เจมส์ แอนเดอร์สัน : แบ่งค่านิยมเป็น 5 ประเภท คือ
 1. ค่านิยมขององค์การ
การตัดสินใจที่ขึ้นอยู่กับลักษณะค่านิยมขององค์การนั้นว่าเป็นอย่างไร เช่น หน่วยราชกา
ทหาร มักจะตัดสินใจตามลำดับชั้นการบังคับบัญชา
 2. ค่านิยมในแวดวงวิชาชีพ
  ค่านิยมลักษณะวิชาชีพของผู้ตัดสินใจ  เช่น อาชีพแพทย์ จะตัดสินใจหลังจากวินิจฉัยอย่าง
รอบคอบแล้ว  นักบัญชีจะตัดสินใจตามหลักการของบัญชี หรือนักกฎหมายจะตัดสินใจภาย
ใต้กฏระเบียบกฏหมาย


แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้นำ
1. แนวคิดการศึกษาคุณลักษณะและทักษะของผู้นำ
•คือ การแสวงหาคุณลักษณะของผู้นำทั้งหลายในโลกว่า มีลักษณะที่เหมือนกันประการใด
ลักษณะที่ไม่เปลี่ยนแปลงของบุคคล ซึ่งสามารถโน้มน้าวให้ผู้อื่นทำตามในสิ่งที่ต้องการ

2. แนวคิดการศึกษาพฤติกรรมของผู้นำ
•คือ การการศึกษาที่แสวงหาพฤติกรรมที่คล้ายกันของผู้นำที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายเช่น  
– ผู้นำที่มีพฤติกรรมให้ความสำคัญกับงาน
– ผู้นำที่มีพฤติกรรมให้ความสำคัญกับคน

นวัตกรรม4-5

               นวัตกรรมหน้าจอ touch screen ของกุญแจรถ

car-key-content_sansiri-blog-1

นวัตกรรม touch screen ของกุญแจรถหรูดังอย่าง BMW ด้วยรูปร่างหน้าตา สีสันของหน้าจอ และขนาดของกุญแจรถยนต์ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังถือ Smart Phone เครื่องเล็กๆ อยู่เครื่องหนึ่ง แต่คุณสมบัติของกุญแจรถยนต์นี้ก็ถือว่าคุ้มค่าที่ต้องถือ เพราะมันสามารถแสดงรายละเอียดของรถยนต์ทั้งคันได้ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้าที่เหลืออยู่ รวมถึงระยะทางที่เราใช้ในการขับขี่ มากกว่ากุญแจ BMW นี้ยังมีความสามารถในการสั่งการระบบในรถยนต์ได้อีกด้วย อย่างเช่น การสั่งการให้สตาร์ทรถหรือเปิดแอร์โดยที่เราสามารถตั้งค่าอุณหภูมิผ่านกุญแจ
                                                            การชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

future-innovation (5)

             เทคโนโลยีหนึ่งที่เริ่มเป็นที่ฮือฮาอีกครั้งในวงการโทรศัพท์มือถือคือระบบชาร์จแบตแบบไร้สาย (Wireless Charger) ที่ถูกนำมาใช้ในมือถือหลายรุ่นเช่น Samsung Galaxy S III, Nokia Lumia 920 เป็นต้น เชื่อว่าหลายต่อหลายคนคงสงสัยว่าทำอย่างไรถึงสามารถส่งก้อนพลังงานผ่านอากาศอันว่างเปล่าไปยังโทรศัพท์มือถือได้ แล้วรู้หรือไม่จริงๆเทคโนโลยีนี้มันต่อยอดมาจากการทดลองวิทยาศาสตร์วัยเด็กนี่แหละ 
1. ระบบการ Qi Wireless Charging เป็นเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองทางด้าน IT ในการพัฒนาร่วมกันของผู้ผลิตมือถือยักษ์ใหญ่ต่างๆเช่น Samsung Nokia ช่วยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในระบบ (Maximum Efficiency), การพัฒนาที่รวดเร็ว และมีความยืดหยุ่นและเสถียรภาพของระบบที่ดี (Guaranteed Resiliency) เนื่องจากมีเงินทุนสนับสนุนอยู่เป็นจำนวนมาก2. สำหรับแผ่นรองชาร์จแบบไร้สายชิ้นนี้ เป็นอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายเพียง มีขนาดที่กระทัดรัด และไม่เกะกะพื้นที่ไม่จำเป็นอีกต่อไปที่เราจะพกที่ชาร์ตแบตมือถือ
3. เป็นระบบที่สามารถพัฒนาต่อไปไม่ว่าในเรื่องของ Robot ในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เนื่องจากไม่ต้องมีสายไฟเป็นจำนวนมากอย่างที่เป็นปัญหาในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560

สรุป


แนวคิดและทฤษฎีทางการบริหารและการจัดการ

ความหมายของการบริหารและการจัดการ
การบริหาร หมายถึง  กิจกรรมที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร่วมมือกันใช้ศาสตร์
และศิลปะในการดำเนินการ โดยนำเอาทรัพยากรทางการบริหารมาประกอบตามกระบวนการ
บริหาร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดองค์การ หมายถึง การกำหนดโครงสร้างองค์การ เพื่อให้สิ่งของและบุคคลผู้
เข้ามาอยู่ในองค์การสามารถทำงานเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้กระบวนการ
ต่าง ๆ ในการสนับสนุนให้การดำเนินงานสามารถประสบความสำเร็จได้ตามที่วางแผนงานไว้

 แนวคิดและทฤษฎีกูลิค และ เออร์วิค (Gulick & Urwick, 1937)
ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารไว้ 7 ด้านด้วยกัน เรียกย่อ ๆ ว่า POSDCoRB โดยมีลำดับขั้นต่อไปนี้
1.  การวางแผน (Planning)  การวางแนวทางในการปฏิบัติงาน รวมทั้งวิธีการปฏิบัติงานตามแนวทางนั้น ๆ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่วางไว้
2 . การจัดองค์การ (Organizing) การจัดทำโครงสร้างแบบเป็นทางการของอำนาจหน้าที่การสั่งการ ซึ่งใช้ในการจัดแบ่งการกำหนดและการประสานของหน่วยงานย่อย ๆเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้ตั้งไว้
3 . การบริหารบุคคล (Staffing)การจัดการด้านบุคลากรทั้งหมด ตั้งแต่การรับเข้าทำงาน การฝึกอบรม และการรักษาสภาพการทำงานได้ดีเสมอ
4 . การอำนวยการ (Directing)  การดำเนินการในการตัดสินใจและสั่งการให้กิจการต่างๆ ดำเนินไปอย่างมีระเบียบแบบแผน ทั้งในลักษณะทั่วๆไป และในลักษณะเฉพาะรวมทั้งคำแนะนำซึ่งเปรียบเสมือนเป็นผู้นำของหน่วยงาน
5 . การประสานงาน (Coordination) การร่วมมือกันในการปฏิบัติงานในส่วนต่าง ๆ ให้ประสานสอดคล้องและกลมกลืน
6 . การรายงาน (Reporting)  การจัดทำบันทึกการรายงานและการตรวจสอบ

7 . การงบประมาณ (Budgeti)การจัดสรรงบประมาณในรูปของการวางแผนการเงิน การทำบัญชี และการตรวจสอบ

 แนวคิดและทฤษฎีบริษัท แม็คคินซี่ (McKinSey) 
ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีประสบการณ์การวิเคราะห์และให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์แก่ธุรกิจต่าง ๆ ได้พัฒนาแบบจำลอง 7 -Sเพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารงานเชิงกลยุทธ์ขององค์การต่างๆ
การใช้แนวคิด 7 -Sในการศึกษา สามารถอธิบายรายละเอียดของแบบจ าลอง 7 -S ได้ดังนี้
1. กลยุทธ์ (Strategy)
2. โครงสร้าง (Structure)
3. ระบบ (System)
4. รูปแบบ (Style) 
5. บุคลากร (Staff)
6. ทักษะ (Skill)
7. ค่านิยมร่วม (Shared Value)

องค์ประกอบของการบริหารจัดการPOLC
การวางแผน (Planning)
        การวางแผนเป็นเรื่องของการกำหนดความต้องการ วิธีการดำเนินการและคาดหมาย
ผลการดำเนินการในอนาคต โดยใช้หลักวิชาการ เหตุผล มีข้อมูลตัวเลขประกอบ มีการเสนอปัญหาเพื่อขจัดอุปสรรคที่จะมาถึงเป้าหมายข้างหน้าได้ทำให้ผู้ปฏิบัติรู้ได้ว่าจะทำอะไร ที่ไหนเมื่อใดกับใครทำอย่างไรและทำเพื่ออะไรได้อย่างชัดเจน ซึ่งนำไปสู่แนวทางการปฏิบัติงานที่ถูกต้องและได้ผล

การจัดองค์การ (Organizing)
       องค์กรเป็นที่รวมของคนและงานต่าง ๆ เพื่อให้บุคลากรขององค์การปฏิบัติงานได้
อย่างเต็มที่เต็มความสามารถจึงจ าเป็นต้องแบ่งหน้าที่การท างาน และมอบหมายให้รับผิดชอบตาม
ความสามารถและความถนัดจึงเห็นว่าการจัดองค์การมีความจ าเป็น และก่อให้เกิดประโยชน์หลาย

ด้าน คือ ประโยชน์ต่อองค์การ ประโยชน์ต่อผู้บริหารและประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงาน

การนำ (Leading)
        เป็นการใช้อิทธิพลเพื่อจูงใจพนักงานให้ปฏิบัติงานและน าไปสู่ความส าเร็จตามเป้าหมาย
ที่ระบุไว้ หรือเป็นกระบวนการจัดการให้สมาชิกในองค์กรทำงานร่วมกันได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ
เพราะทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่ซับซ้อนและเข้าใจถ่องแท้ได้ยาก การนำหรือการสั่งการจึงต้องใช้
ความสามารถหลายเรื่องควบคู่กันไป อาทิ ภาวะความเป็นผู้นำของผู้บริหาร การจูงใจการ
ติดต่อสื่อสารในองค์กร และการทำงานเป็นทีม เป็นต้น 

การควบคุม (Controlling)
        การใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ขององค์กร ถือว่าเป็นกระบวนการตรวจสอบ หรือติดตามผลและ
ประเมินการปฏิบัติงานในกิจกรรมต่าง ๆ ของพนักงาน เพื่อรักษาให้องค์กรดำเนินไปในทิศทางสู่
เป้าหมายอย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์หลักขององค์กร ในเวลาที่ก าหนดไว้ องค์กรหรือธุรกิจที่
ประสบความล้มเหลวอาจเกิดจากการขาดการควบคุม หรือมีการควบคุมที่ไร้ประสิทธิภาพ และหลายแห่งเกิดจากความไม่ใส่ใจในเรื่องของการควบคุม ละเลยเพิกเฉย หรือในทางกลับกันคือมีการควบคุมมาก 
จนเกิดความผิดพลาดขององค์กรเอง การควบคุมจึงเป็นหน้าที่หลักทางการบริหารที่มี
ความสำคัญ ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการทางการบริหาร

การบริหารแบบ 4M (man, money, material & management) มาจากทฤษฎีทาง
เศรษฐศาสตร์ร่วมกับทฤษฎีทางการบริหารการผลิต
ทรัพยากรที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของการจัดการองค์กร มีอยู่ 4 ประการที่รู้จักกันในนาม 4M ได้แก่
1. คน (Man) คือ ผู้ปฏิบัติการขององค์กร
2. เงิน (Money) คือ ค่าใช้จ่ายในองค์กร
3. วัสดุสิ่งของ (Materials) คือ อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ ทั้งอาคารสถานที่
4. การจัดการ (Management)คือ ความรู้เกี่ยวกับการจัดการทางด้านธุรกิจเอกชนหรือการจัดการธุรกิจ ได้เพิ่มอีก 2 ปัจจัย คือ ตลาด (Market) ส าหรับการจำหน่ายและการบริการและเครื่องจักร (Machine) ใช้สำหรับการผลิตสินค้า


ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี-ข้อเสียของ POSDCoRB
ข้อดี
    - องค์กรมีโอการประสบผลสำเร็จบรรลุเป้าหมาย มีสายบังคับบัญชาเดียว
    - สมาชิกองค์กรมีความเข้าใจวัตถุประสงค์องค์กร และ แบ่งสายงานชัดเจน ไม่สับสน
    - ในหน่วยงานเดียวกัน มีความเข้มแข็ง เพราะเลือกสายอาชีพเดียวกันมาร่วมกันทำงาน
    - ใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ถูกที่ถูกงาน
    - การประสานงานระหว่างหน่วยงานมีความสะดวก
    - จัดเตรียมงบประมาณสนับสนุนแต่ละส่วนได้อย่างเหมาะสม

ข้อเสีย
    - เมื่อมีสายงานบังคับบัญชาที่ชัดเจน บางหน่วยงานอาจเลี่ยงปฎิบัติงานจนกว่าผู้บริการจะสั่งการลงมาโดยตรง
   -  อุปกรณ์หรือเครื่องมือบางชนิดที่อยู่นอกเหนือหน่วยงานตนเอง อาจต้องรอจนกว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบมาเป็นเมื่อการดำเนินงานให้

ข้อดี-ข้อเสียของ 7-S
แก่นสำคัญของ 7’S บังเอิญกลายเป็นอุปสรรคชิ้นสำคัญในการนำไปใช้ ซึ่งได้แก่การนำเอาด้าน Soft ไปใช้งานนั่นเอง ปัจจุบัน 7’S กลายเป็นเพียงแค่องค์ประกอบหนึ่งในรายการตรวจสอบทางด้านบริหารเท่านั้น การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง S ด้วยกัน หรือการวิเคราะห์หาความขัดแย้งกันเองในแต่ละ S กลายเป็นเรื่องที่ไม่ใคร่มีใครสนใจกันแล้ว ประกอบกับมีโมดลใหม่ ๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใช้งานทดแทนได้ดีกว่า ทำให้บทบาทลดน้อยลงไปจนเหลือเท่าที่เป็นอยู่

ข้อดี-ข้อเสียของPOLC
ข้อดี 
 1. เกิดแรงจูงใจในการทำงาน
 2. เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ
 3. แลกเปลี่ยนความรู้/ความคิดเห็น 
 4. ปรับปรุงและพัฒนางานให้ดีขึ้น
 5. เกิดแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ

ข้อเสีย 
 1. ทำให้ความสัมพันธ์ของบุคคลในองค์กรดีขึ้นเกิดความตึงเครียดมากขึ้น
 2. ขาดการประสานงาน/ความไม่สงบสุข
 3. มีการก้าวร้าว กดขี่ และทำลายฝ่ายตรงข้าม
 4. ฉวยโอกาสใช้ความขัดแย้งเป็นข้อเรียกร้อง
 5. มุ่งเอาชนะมากกว่าจะมองผลกระทบ
 6. นำไปสู่ความยุ่งเหยิง
 7. ไม่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

ข้อดี-ข้อเสียของ 4M
ข้อดี
1. ไม่ต้องเสียเวลาแยกความคิดต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายของแต่ละสมาชิก
2. ทำให้ทราบสาเหตุหลัก ๆ และสาเหตุย่อย ๆ ของปัญหา ทำให้ทราบสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ซึ่งทำให้เราสามารถแก้ปัญหาได้ถูกวิธี

ข้อเสีย 
1. ความคิดไม่เป็นอิสระ
2. ต้องอาศัยผู้ที่มีความสามารถสูง